วันจันทร์ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2553

พินัยกรรมแบบธรรมดา

พินัยกรรมแบบธรรมดา
พินัยกรรมแบบธรรมดานั้นจะต้องทำตามแบบ กล่าวคือต้องทำเป็นหนังสือ ลงวันที่ เดือน ปี ในขณะที่ทำพินัยกรรม และผู้ทำพินัยกรรมต้องลงลายมือชื่อไว้ต่อหน้าพยานอย่างน้อยสองคน พร้อมกัน และพยานสองคนต้องลงลายมือชื่อรับรองลายมือชื่อของผู้ทำพินัยกรรมไว้ในขณะนั้น พินัยกรรมแบบธรรมดาโดยทั่วไปน่าจะกล่าวได้ว่าเป็นพินัยกรรมแบบที่นิยมใช้กันมากที่สุด โดยที่จะว่าจ้างหรือร้องขอให้ทนายความ หรือที่ปรึกษากฏหมายเป็นผู้จัดทำหรือร่างข้อความใน พินัยกรรมให้ตามความประสงค์ของผู้ทำพินัยกรรม การขูดลบ ตก เติม แก้ไขพินัยกรรมแบบธรรมดานี้ ต้องมีการลงลายมือชื่อกำกับไว้ทั้งผู้ทำ พินัยกรรมเอง และพยานทั้งสองคนลงลายมือชื่อพร้อมกันในขณะที่มีการแก้ไข ขูดลบ ตก เติมนั้น การทำพินัยกรรมแบบธรรมดามีข้อพิจารณา ดังนี้ 1. ต้องทำเป็นหนังสือ ลงวันที่ เดือน ปี ในขณะที่ทำขึ้น พินัยกรรมที่ไม่ลงวันที่ทำพินัยกรรม เป็นโมฆะ คือไม่สมบูรณ์ใช้บังคับไม่ได้ 2. ผู้ทำพินัยกรรมต้องลงลายมือชื่อไว้ต่อหน้าพยานอย่างน้อยสองคนพร้อมกัน 3. พยานสองคนนั้นต้องลงลายมือชื่อรับรองลายมือชื่อของผู้ทำพินัยกรรมในขณะนั้น
ตัวอย่างเช่น
พินัยกรรม ทำที่บ้านเลขที่ 12 ม. 9 ต.ยายชา อ.สามพราน จ.ลำปาง วันที่ 5 มกราคม 2533
ข้าพเจ้า นายเชน ทองดี อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 12 ม. 3 ต.ยายชา อ.สามแพร่ง จ.ลำปางขอทำพินัยกรรมไว้ว่า เมื่อข้าพเจ้าถึงแก่กรรมไปแล้ว ทรัพย์สินของข้าพเจ้าให้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ ของบุคคลดังต่อไปนี้ ข้อที่ 1 ที่ดินโฉนดเลขที่ 222 เลขที่ดิน 333 ต.ยายชา อ.สามแพร่ง จ.ลำปาง เนื้อที่ 4 ไร่ 5 งาน 6 ตารางวา พร้อมบ้านบนที่ดินตกแก่นายชาม ทองดี ข้อที่ 2 ให้เงินสดที่อยู่ที่ธนาคารกรุงเทพ จำกัด สาขาสามแพร่ง ทั้งหมดตกแก่นายชวน ทองดี ข้อที่ 3 ให้ทรัพย์สินอื่น ๆ นอกจากนี้ ตกได้แก่ นายโชค ทองดี แต่เพียงผู้เดียว พินัยกรรมฉบับนี้ ข้าพเจ้าและพยานได้อยู่พร้อมกัน ข้าพเจ้าได้ลงลายมือชื่อต่อหน้าพยานสองคนพร้อมกันและพยาน ทั้งสองคนได้ลงลายมือชื่อต่อหน้าข้าพเจ้าโดยพร้อมเพรียงกัน ขณะทำพินัยกรรมนี้ข้าพเจ้ามี สติสัมปชัญญะบริบูรณ์ดี เพื่อเป็นหลักฐานจึงลงลายมือชื่อไว้
ลงชื่อ ……………………………. ผู้ทำพินัยกรรม
(เชน ทองดี )
ลงชื่อ ……..….………………… พิมพ์หรือเขียน, พยาน
(ปารมี เลิศศรี )
ลงชื่อ…………………………… พยาน
(เอมิกา สารสม )

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น